ไอเดียของนิสิตไทย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมที่เปลี่ยนชีวิตผู้คน! ม.ทักษิณ เปิดเวที Sakura Science Program 2027 เชื่อมวิศวกรรม–พยาบาล–AI สู่ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น
นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ อาจไม่ได้เริ่มต้นจากเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเสมอไป แต่อาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า “เราจะทำอย่างไรให้ใครสักคนใช้ชีวิตได้ดีขึ้น” คำถามนี้กำลังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนิสิตมหาวิทยาลัยทักษิณ ที่ได้รับโอกาสในการนำความรู้และจินตนาการมาสร้างสรรค์แนวคิดนวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้คนภายใต้กิจกรรม Sakura Science Program 2027 ในโครงการ “Cross-Border Co-Creation for Assistive Technology: Engineering and Nursing Collaboration Between Japan and Thailand” มหาวิทยาลัยทักษิณเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการคิดและพัฒนานวัตกรรม ผ่านการผสมผสานความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างแนวคิดเทคโนโลยีช่วยเหลือ (Assistive Technology) ที่มีโอกาสนำไปพัฒนาต่อยอดสู่การใช้งานจริง
มหาวิทยาลัยทักษิณ ขับเคลื่อนโครงการ Sakura Science Program 2027 ร่วมกับ Reinventing U. จัดกิจกรรม Workshop & Concept Development วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ณ ห้อง ENG 7 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม กล่าวต้อนรับและเปิดกิจกรรม
สิ่งที่น่าสนใจของการเรียนรู้ครั้งนี้ คือการเปิดมุมมองให้นิสิตเห็นว่า เทคโนโลยีไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะความทันสมัย แต่ต้องสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้จริง โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พว.มาลี คำคง จากคณะพยาบาลศาสตร์ ถ่ายทอดแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีช่วยเหลือ เพื่อให้นิสิตได้มองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาด้านสุขภาพ การดูแลผู้คน และโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรม
ขณะเดียวกัน Dr. Mojtaba Safari จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ร่วมเปิดโลกการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยขยายขอบเขตความคิดสร้างสรรค์ และเปิดโอกาสให้นิสิตได้มองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการนำเทคโนโลยีมาช่วยแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน
แต่การมีไอเดียที่ดีเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะนวัตกรรมที่มีคุณค่าต้องสามารถพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานได้จริง กิจกรรมจึงให้ความสำคัญกับการต่อยอดแนวคิด โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมาวสี รักเรือง จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมถ่ายทอดกระบวนการพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้วิธีเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นแนวทางการพัฒนาที่มีความชัดเจนมากขึ้น
อีกหนึ่งช่วงสำคัญของกิจกรรม คือ Innovation Presentation & Feedback ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิตทั้ง 11 ทีม ได้นำเสนอแนวคิดนวัตกรรมของตนเอง พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาต่อยอด เพราะบางครั้งไอเดียที่ดีอาจไม่ได้สมบูรณ์ตั้งแต่ครั้งแรก แต่เกิดจากการกล้าคิด กล้านำเสนอ และพร้อมเรียนรู้จากมุมมองที่แตกต่าง
กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนความสำคัญของการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ ที่ทำให้นิสิตได้มองเห็นว่าการสร้างนวัตกรรมเพื่อผู้คนไม่จำเป็นต้องเกิดจากความเชี่ยวชาญเพียงด้านเดียว หากแต่สามารถเชื่อมโยงความรู้ด้านสุขภาพ วิศวกรรม และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาแนวคิดที่ตอบโจทย์ปัญหาได้รอบด้านมากยิ่งขึ้น
สำหรับ Sakura Science Program 2027 การเรียนรู้ครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการฝึกนำเสนอผลงาน แต่เป็นอีกก้าวของการเตรียมความพร้อมให้นิสิตได้พัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และการสื่อสารแนวคิดนวัตกรรม ภายใต้กรอบความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น
ก่อนสิ้นสุดกิจกรรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โชคชัย เหมือนมาศ ผู้รักษาการแทนรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม ได้ร่วมสรุปและปิดกิจกรรม ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพนิสิตมหาวิทยาลัยทักษิณ
เพราะโอกาสในการสร้างนวัตกรรม ไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเรามีคำตอบที่สมบูรณ์แบบ แต่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่เรากล้าตั้งคำถาม กล้าคิด และกล้าลงมือพัฒนา และใครจะรู้ว่า...หนึ่งในไอเดียของนิสิตทั้ง 11 ทีมในวันนี้ อาจเติบโตเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ใครบางคนมีชีวิตที่ดีขึ้นในวันข้างหน้า
รูปภาพเพิ่มเติม