ข่าวประชาสัมพันธ์

นิทรรศการศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-ม.ทักษิณ ชู 4 พืชพื้นถิ่นพัทลุง ถ่ายทอดคุณค่าทรัพยากรธรรมชาติ สู่การอนุรักษ์ วิจัย และนวัตกรรม

ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-ม.ทักษิณ

12 ตุลาคม 2569 22 เข้าชม
นิทรรศการศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-ม.ทักษิณ ชู 4 พืชพื้นถิ่นพัทลุง ถ่ายทอดคุณค่าทรัพยากรธรรมชาติ สู่การอนุรักษ์ วิจัย และนวัตกรรม

ดาหลาที่เติบโตใต้ร่มสวนยาง กระจูดที่ผูกพันกับวิถีชีวิตชาวทะเลน้อย มันพื้นบ้านที่เป็นแหล่งอาหารของชุมชน และต้นพะยอมที่อยู่คู่ผู้คนมาอย่างยาวนาน พืชทั้ง 4 ชนิดอาจมีรูปลักษณ์และการใช้ประโยชน์แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงถึงกัน คือการเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าต่อวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และความหลากหลายทางชีวภาพของจังหวัดพัทลุง ซึ่งมหาวิทยาลัยทักษิณได้นำองค์ความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมเข้ามาช่วยศึกษา อนุรักษ์ และสร้างโอกาสในการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยทักษิณ ในนามศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมจัดนิทรรศการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากทรัพยากรพืชพื้นถิ่น 4 ชนิด ได้แก่ ดาหลาพัทลุง ต้นพะยอม ธนาคารชีวภาพมันพื้นบ้านพัทลุง และกระจูดพัทลุง ภายในงาน “การประชุมวิชาการและนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและฐานทรัพยากรท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 9 ประจำปี พ.ศ. 2569” ระหว่างวันที่ 12–16 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การดำเนินงานของ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) โดยมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นเจ้าภาพ เพื่อเปิดพื้นที่ให้หน่วยงาน สถานศึกษา นักวิจัย และเครือข่ายจากทั่วประเทศได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและทรัพยากรท้องถิ่น ตลอดจนเชื่อมโยงการศึกษาวิจัยเข้ากับการใช้ประโยชน์และการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ

🌸 ดาหลาพัทลุง จากพืชใต้ร่มสวนยาง สู่การอนุรักษ์พันธุกรรมและการพัฒนาศักยภาพการผลิต

ดาหลาเป็นพืชเขตร้อนชื้นที่พบได้ในภาคใต้ มีดอกสีสันสวยงาม สามารถนำมาประกอบอาหารพื้นถิ่น ทั้งข้าวยำ แกงส้ม และรับประทานคู่กับน้ำพริก อีกทั้งยังเหมาะกับการปลูกแซมในสวนยางพารา จึงเป็นพืชที่มีศักยภาพทั้งด้านอาหาร ไม้ดอกไม้ประดับ และการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่เกษตร

จากคุณค่าดังกล่าว นักวิจัยมหาวิทยาลัยทักษิณได้ดำเนินการ รวบรวมและอนุรักษ์ดาหลาแล้ว 25 สายพันธุ์ ณ แปลงรวบรวมพันธุ์ คณะเกษตรศาสตร์ พร้อมศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยา กายวิภาคศาสตร์ และพัฒนาเครื่องหมายดีเอ็นเอเพื่อจำแนกความแตกต่างทางพันธุกรรม ควบคู่กับการศึกษาสารกระตุ้นการแตกหน่อ การเจริญเติบโต การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และสารทุติยภูมิ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาการผลิตและการใช้ประโยชน์ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเว็บไซต์ฐานข้อมูลและป้าย QR Code ประจำต้น เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลพันธุ์ดาหลากับแปลงเรียนรู้ ทำให้การอนุรักษ์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเก็บรักษาสายพันธุ์ แต่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่การศึกษาและการเรียนรู้ของคนรุ่นต่อไปได้
​

🌳 ต้นพะยอม จากไม้ดอกหอมคู่ชุมชน สู่ฐานข้อมูลเพื่อปกป้องมรดกธรรมชาติ

พะยอมเป็นไม้ยืนต้นที่มีดอกสีขาวและกลิ่นหอม ผูกพันกับวิถีชีวิตของชุมชนผ่านการใช้ประโยชน์หลากหลายรูปแบบ ทั้งดอกอ่อนที่นำมาประกอบอาหาร เนื้อไม้สำหรับก่อสร้าง และ ชันพะยอมที่ใช้ผสมน้ำมันทาไม้และยาแนวเรือ ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาการนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะชุมชนที่ผูกพันกับสายน้ำ

แต่สิ่งที่น่าสนใจจากการศึกษาของนักวิจัยมหาวิทยาลัยทักษิณ คือการพบว่า ต้นพะยอมจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่สาธารณะ ทั้งโรงเรียน วัด สถานที่ราชการ มหาวิทยาลัย และริมทางหลวง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการถูกตัดหรือโค่นจากการปรับปรุงพื้นที่และการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน

นักวิจัยจึงสำรวจการกระจายตัวของต้นพะยอมใน 4 ตำบลของอำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ได้แก่ ลานข่อย เกาะเต่า ป่าพะยอม และบ้านพร้าว พร้อมบันทึกพิกัดและขนาดลำต้น โดยพบต้นพะยอมมากที่สุดในตำบลลานข่อย 106 ต้น และน้อยที่สุดในตำบลบ้านพร้าว 23 ต้น ข้อมูลเหล่านี้จึงมีความสำคัญต่อการติดตาม ดูแลต้นพะยอมเดิม โดยเฉพาะต้นขนาดใหญ่ และการวางแผนปลูกทดแทนอย่างเหมาะสมในอนาคต

🍠 ธนาคารชีวภาพมันพื้นบ้านพัทลุง จากพืชอาหารของชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารและการอนุรักษ์ความหลากหลาย

ตามแนวเทือกเขาบรรทัด จังหวัดพัทลุง มันพื้นบ้านเป็นพืชอาหารที่อยู่คู่ชุมชนมายาวนาน มีความหลากหลายทั้งรูปร่าง ขนาด และสีเนื้อ ตั้งแต่สีขาว สีเหลือง ไปจนถึงสีม่วง โดยแต่ละชนิดมีองค์ประกอบทางอาหารและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน

“ธนาคารชีวภาพมันพื้นบ้านพัทลุง” จึงเป็นการนำความหลากหลายของพืชอาหารเหล่านี้มาศึกษาและรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทั้งลักษณะของใบ ลำต้น หัว และเนื้อภายใน โดยมีตัวอย่างพืชพื้นถิ่น เช่น มันขี้หนู มันมือเสือ มันหล่น และมันสาคู ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของทรัพยากรอาหารในพื้นที่ภาคใต้

ในมิติทางวิทยาศาสตร์ หัวมันพื้นบ้านยังมีองค์ประกอบที่น่าสนใจ ทั้งแป้ง ใยอาหาร และสารพฤกษเคมี โดยมันเนื้อสีม่วงมีสารแอนโทไซยานิน มันเนื้อสีเหลืองมีสารแคโรทีนอยด์ ขณะที่มันบางชนิดมีศักยภาพด้านการแปรรูปเป็นแป้งและผลิตภัณฑ์อาหาร การศึกษาความแตกต่างเหล่านี้จึงช่วยสร้างฐานความรู้สำหรับการอนุรักษ์และการพิจารณาแนวทางใช้ประโยชน์จากพืชอาหารพื้นบ้านอย่างเหมาะสม
​

🧺 กระจูดพัทลุง จากพืชพื้นที่ชุ่มน้ำ สู่การรักษาลายสานโบราณด้วยองค์ความรู้และสื่อการเรียนรู้สมัยใหม่

หากพูดถึงวิถีชีวิตของชุมชนทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง “กระจูด” เป็นหนึ่งในทรัพยากรที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับพื้นที่ชุ่มน้ำได้อย่างชัดเจน จากพืชที่เติบโตในป่าพรุและพื้นที่ชุ่มน้ำ ชาวบ้านนำลำต้นมาตากแห้งและจักสานเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งเสื่อหรือ “สาดจูด” กระสอบ และภาชนะ ก่อนพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น

อย่างไรก็ตาม คุณค่าของกระจูดไม่ได้อยู่เพียงที่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่ยังอยู่ใน “ลวดลาย เทคนิค และองค์ความรู้ที่สืบทอดผ่านฝีมือของปราชญ์ชุมชน” ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการบันทึกและถ่ายทอดอย่างเป็นระบบ

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยทักษิณจึงได้รวบรวมข้อมูลจาก ปราชญ์ภูมิปัญญากระจูด 24 คน และบันทึก ลายสานกระจูดโบราณได้ 26 ลาย พร้อมศึกษาที่มาและเทคนิคการสาน ก่อนนำองค์ความรู้มาพัฒนาเป็นหลักสูตรหัตถกรรมชุมชน Smart Knowledge Card และวิดีโอสารคดี 4 ตอน เพื่อให้ภูมิปัญญาที่เคยอยู่ในตัวบุคคลกลายเป็นองค์ความรู้ที่สามารถเข้าถึง เรียนรู้ และส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น

🌏 4 พืชพื้นถิ่น 4 เส้นทางวิจัย กับเป้าหมายเดียวกันในการรักษาทรัพยากรของท้องถิ่น

แม้พืชทั้ง 4 ชนิดจะมีเรื่องราวและแนวทางการวิจัยแตกต่างกัน แต่ทุกผลงานสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยทักษิณในการนำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเข้ามาเชื่อมโยงกับทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาชุมชน ตั้งแต่ การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การสำรวจและจัดทำฐานข้อมูล การศึกษาคุณค่าของพืชอาหาร ไปจนถึงการบันทึกและถ่ายทอดองค์ความรู้หัตถกรรมพื้นบ้าน

การร่วมจัดนิทรรศการของ ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยทักษิณ ในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการนำพืชพื้นถิ่นมาจัดแสดง แต่เป็นการถ่ายทอดให้เห็นว่า “ทรัพยากรที่อยู่ใกล้ตัว” สามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของงานวิจัยที่มีความหมายต่อชุมชนได้อย่างไร และเหตุใดการอนุรักษ์จึงจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้ การเรียนรู้ และการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม

🌿 เพราะท้ายที่สุดแล้ว การอนุรักษ์ไม่ได้หมายถึงเพียงการรักษาพืชให้คงอยู่ แต่ยังหมายถึงการรักษาความรู้ ความหลากหลาย และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ เพื่อให้ทรัพยากรอันทรงคุณค่าของจังหวัดพัทลุงยังคงเป็นรากฐานของการเรียนรู้และการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
​

รูปภาพเพิ่มเติม

เผยแพร่ 12 ตุลาคม 2569
กลับไปหน้าข่าวทั้งหมด