ม.ทักษิณ เชื่อมเครือข่าย “ศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร มจธ.” ต่อยอดศักยภาพศูนย์วิจัยเชิงยุทธศาสตร์นานาชาติ

2 กันยายน 2569 54 เข้าชม
ม.ทักษิณ เชื่อมเครือข่าย “ศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร มจธ.” ต่อยอดศักยภาพศูนย์วิจัยเชิงยุทธศาสตร์นานาชาติ
เครือข่ายความร่วมมือเป็นหนึ่งในพลังสำคัญของการยกระดับศูนย์วิจัยสู่ระดับนานาชาติ เพราะการสร้างความเป็นเลิศด้านการวิจัยไม่ได้เกิดจากความเชี่ยวชาญของนักวิจัยเพียงลำพัง แต่เกิดจากการเชื่อมโยงคน องค์ความรู้ โครงสร้างพื้นฐาน และพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนและต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านการวิจัยในอนาคต สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยผู้บริหาร บุคลากร และนักวิจัยจาก ศูนย์วิจัยเชิงยุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ ศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ราชบุรี เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเปิดโอกาสสำหรับการพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างสถาบัน การเชื่อมเครือข่ายครั้งนี้มีนักวิจัยจาก 4 ศูนย์วิจัยเชิงยุทธศาสตร์นานาชาติของมหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมแลกเปลี่ยน ได้แก่ Global Stingless Bee Excellence Center (GLOBEE Center) โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันกุศล ชนะสิทธิ์, International Center for Insect Science and Sustainable Ecosystems, Thaksin University (In-CISE-TSU) โดย อาจารย์ ดร.อารีรักษ์ นิลสาย , Center for Advanced Functional Materials Science (CAFMS) โดย รองศาสตราจารย์ ดร.จักรี บุญละคร และ Innovative Materials Chemistry for Environment Center โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศรชัย อินทะไชย ซึ่งทั้ง 4 ท่านสังกัด คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ ศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ราชบุรี โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ดวงภักดี เป็นหัวหน้าศูนย์ เป็นศูนย์วิจัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร เชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ ทั้งชีววิทยา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ตลอดจนการนำองค์ความรู้ไปเชื่อมโยงกับภาคการเกษตรและการใช้ประโยชน์จริง จึงเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนางานวิจัย การบริหารจัดการ และการสร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยงนักวิจัยกับภาคส่วนต่าง ๆ ความน่าสนใจของศูนย์ยังอยู่ที่การทำงานในลักษณะ บูรณาการข้ามศาสตร์ โดยเชื่อมความเชี่ยวชาญด้านชีววิทยา เคมี คอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมเข้าด้วยกัน พร้อมนำงานวิจัยไปเชื่อมต่อกับการใช้ประโยชน์จริง สะท้อนรูปแบบการพัฒนาศูนย์วิจัยที่ไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างองค์ความรู้ แต่ยังเชื่อมงานวิจัยเข้ากับภาคเกษตร ชุมชน และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งสองสถาบันได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ รูปแบบและกลไกการบริหารจัดการศูนย์วิจัย การพัฒนานักวิจัยและทีมวิจัย การบริหารจัดการห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย ตลอดจนแนวทางการสร้างและบริหารเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเสริมความเข้มแข็งและยกระดับศูนย์วิจัยสู่ความเป็นนานาชาติ ที่สำคัญ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้แต่ละศูนย์นำ “ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” มาเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่งานวิจัยด้านผึ้งชันโรงและแมลงผสมเกสร วิทยาศาสตร์แมลงและระบบนิเวศที่ยั่งยืน ไปจนถึงวิทยาศาสตร์วัสดุขั้นสูง ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการมองหา โจทย์วิจัยร่วม การใช้ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ตลอดจนการพัฒนาเครือข่ายนักวิจัยที่สามารถต่อยอดไปสู่ความร่วมมือใหม่ในอนาคต การเชื่อมเครือข่ายในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวของมหาวิทยาลัยทักษิณในการ “เชื่อมคน–เชื่อมความเชี่ยวชาญ–เชื่อมศูนย์วิจัย” เพื่อเสริมศักยภาพของ ศูนย์วิจัยเชิงยุทธศาสตร์นานาชาติ ให้มีเครือข่ายพันธมิตรที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติระหว่างสถาบัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาทีมวิจัย การสร้างโจทย์และผลงานวิจัยร่วม ตลอดจนขยายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยสู่ระดับชาติและนานาชาติต่อไป

วันที่เผยแพร่: 2 กันยายน 2569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ค้นหาข่าว