ม.ทักษิณ ผนึกพลังญี่ปุ่น ยกระดับ “น้ำพุร้อนพัทลุง-ตรัง” สู่มาตรฐานออนเซ็นโลก ปักหมุดศูนย์วิจัยนานาชาติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาองค์ความรู้

28 มีนาคม 2569 99 เข้าชม
ม.ทักษิณ  ผนึกพลังญี่ปุ่น ยกระดับ “น้ำพุร้อนพัทลุง-ตรัง” สู่มาตรฐานออนเซ็นโลก ปักหมุดศูนย์วิจัยนานาชาติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาองค์ความรู้
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับ Kyushu Environmental Evaluation Association (KEEA) และ The University of Kitakyushu ประเทศญี่ปุ่น จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อยกระดับการพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนในจังหวัดพัทลุงและตรังให้ก้าวสู่มาตรฐานออนเซ็นระดับโลก โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ และ Prof. Dr. Takayuki Shimaoka ประธาน KEEA เป็นผู้แทนร่วมลงนาม ท่ามกลางความร่วมมือของนักวิชาการ นักวิจัย และภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้เวทีนานาชาติ “Thailand–Japan Open Onsen Forum 2026: From Hot Springs to Social Innovation” ซึ่งมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาต่อยอดทรัพยากรน้ำพุร้อนในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ให้สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยมีแนวคิดสำคัญคือ “การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริงในพื้นที่” สอดคล้องกับแนวทางของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ที่มุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การประกาศจัดตั้ง “ศูนย์นานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมทางน้ำเพื่อการพัฒนาภูมิภาค (ICWERD)” ณ คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์กลางงานวิจัยด้านทรัพยากรน้ำ แหล่งพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม ฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย และกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือระดับนานาชาติ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพงานวิจัยของไทยสู่เวทีโลก ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาค ภายในงานยังมีการจัดเวทีวิชาการนานาชาติ “The 1st International Onsen Symposium in Southern Thailand” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของภาคใต้ที่มีการรวมองค์ความรู้ด้านออนเซ็นอย่างเป็นระบบ โดยผู้เชี่ยวชาญจากทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหลายมิติ ทั้งการจำแนกประเภทออนเซ็นตามมาตรฐานญี่ปุ่น การวิเคราะห์คุณภาพน้ำพุร้อน การออกแบบสถาปัตยกรรม และแนวทางการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและสังคม สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ภาคใต้ในการก้าวสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุขภาพระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนา “Onsen in Southern Thailand: Opportunities, Feasibility and the Road Ahead” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และภาครัฐ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสและความเป็นไปได้ในการพัฒนาออนเซ็นในภาคใต้ของไทย ครอบคลุมทั้งด้านทรัพยากร คุณภาพน้ำ การลงทุน การออกแบบตามมาตรฐานญี่ปุ่น และการสร้างสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยข้อสรุปสำคัญจากเวทีสะท้อนตรงกันว่า ภาคใต้ของไทยมีศักยภาพสูงในการพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก หากมีการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ ในด้านข้อมูลเชิงวิจัย ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยทักษิณภายใต้โครงการพัทลุง: การวิจัยและนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคม สนับสนุนโดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ได้ศึกษาพบว่า แหล่งน้ำพุร้อนสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ น้ำพุร้อนเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง น้ำพุร้อนโหล๊ะจังกระ จังหวัดพัทลุง และน้ำพุร้อนเค็มควนสระ จังหวัดตรัง มีคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีที่โดดเด่น สามารถช่วยฟื้นฟูสมดุลร่างกาย ลดความเครียด และบรรเทาอาการทางผิวหนังได้ อีกทั้งบางแหล่งยังมีค่าดัชนีคุณภาพน้ำ (Oishi-water Index) อยู่ในระดับสูง ใกล้เคียงกับมาตรฐานน้ำพุร้อนของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนศักยภาพในการพัฒนาเป็น “ออนเซ็นไทยระดับโลก” ได้ในอนาคต รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยทักษิณมุ่งทำหน้าที่เป็นมหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การพัฒนาพื้นที่จริง โดยเฉพาะการยกระดับทรัพยากรท้องถิ่นอย่างน้ำพุร้อนให้เกิดมูลค่าเพิ่มทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานการจำแนกและการใช้ประโยชน์จากน้ำพุร้อนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งสนับสนุนการกำหนดนโยบายการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการ “ปักหมุดอนาคต” การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรท้องถิ่น และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีคุณภาพ อันจะนำไปสู่การยกระดับ “น้ำพุร้อนไทย” ให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับนานาชาติ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

วันที่เผยแพร่: 28 มีนาคม 2569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ค้นหาข่าว