ระหว่างวันที่ 18 – 19 พฤษภาคม 2569 ทีมนักวิจัยแก้จนจากมหาวิทยาลัยทักษิณ นำโดย ดร.ณภัทร แก้วภิบาล พร้อมทีมผู้ช่วยวิจัย เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การถอดบทเรียนและสรุปทบทวน เป้าหมาย ผลลัพธ์เชิงกระบวนการจากการดำเนินงานโครงการการยกระดับและประสิทธิภาพระบบข้อมูลครัวเรือนยากจน PPPConnext และระบบสนับสนุนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนระดับพื้นที่จังหวัด” ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และถอดบทเรียนการดำเนินงานร่วมกันของเครือข่ายจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการยกระดับระบบข้อมูลครัวเรือนยากจน การเชื่อมโยงข้อมูลเชิงพื้นที่ และการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ (Decision Support System: DSS) เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามบริบทของพื้นที่
ในการนี้ ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยทักษิณได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำเสนอแนวทางการดำเนินงานภายใต้ “พัทลุงโมเดลแก้จน” ซึ่งใช้ข้อมูลเป็นฐานสำคัญในการวิเคราะห์ วางแผน และกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะการนำเสนอ “Phatthalung People Map (PPM)” หรือระบบฐานข้อมูลกลางของจังหวัดพัทลุง ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลครัวเรือนในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ
ระบบ PPM ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถมองเห็นสถานการณ์ปัญหาเชิงลึกของครัวเรือนเป้าหมาย ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งสามารถนำข้อมูลไปใช้สนับสนุนการกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการ และการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างแม่นยำและตรงจุด
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาระบบข้อมูลกับเครือข่ายจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันต่อยอดนวัตกรรมด้านการจัดการข้อมูลและสร้างกลไกความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยทักษิณในการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีข้อมูลมาบูรณาการร่วมกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ ผ่าน “พัทลุงโมเดลแก้จน” เพื่อสร้างระบบข้อมูลที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน