การอนุรักษ์ “โลมาอิรวดี” สัตว์น้ำหายากแห่งทะเลสาบสงขลา อาจไม่ได้มีคำตอบอยู่เพียงการดูแลประชากรโลมาเท่านั้น หากยังเชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คนที่อาศัยและทำมาหากินอยู่รอบทะเลสาบ เพราะเมื่อทรัพยากรธรรมชาติ วิถีประมง รายได้ครัวเรือน และคุณภาพชีวิตของชุมชนต่างพึ่งพาระบบนิเวศเดียวกัน การรักษาโลมาให้คงอยู่จึงต้องเดินไปพร้อมกับการสร้างทางเลือกและความมั่นคงให้กับ “คน” ในพื้นที่ด้วย
มหาวิทยาลัยทักษิณจึงนำงานวิจัยเข้าไปเชื่อมทั้งสองมิติเข้าด้วยกัน ผ่านกิจกรรม Irrawaddy Dolphin and Community ภายใต้โครงการ “การเสริมสร้างอาชีพทางเลือกของชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลาตอนบน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมทางเพศภาวะเพื่อเกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ สถาบันส่งเสริมการบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยทักษิณ ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง
รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ และหัวหน้าโครงการ ได้นำเสนอภาพรวมและทิศทางการดำเนินงาน โดยมุ่งสร้างอาชีพทางเลือกให้แก่ชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลาตอนบน ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมทางเพศภาวะ เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการอนุรักษ์โลมาอิรวดีสามารถเกื้อหนุนกันได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ ได้ถ่ายทอดบทบาทของมหาวิทยาลัยทักษิณในการขับเคลื่อน “งานวิจัยเพื่อสังคม” ที่เชื่อมโยงวิถีชุมชน ความเท่าเทียมทางเพศภาวะ และการอนุรักษ์โลมาอิรวดีอย่างยั่งยืน พร้อมกล่าวเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ

จาก “สถานการณ์ของโลมา” สู่ “สถานการณ์ของคน” เวทีช่วงเช้าเปิดพื้นที่ให้หลายภาคส่วนร่วมกันมองทะเลสาบสงขลาในภาพเดียวกัน เริ่มจาก ศูนย์วิจัยทรัพยากรทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ถ่ายทอดสถานการณ์ประชากรโลมาอิรวดี ปัจจัยคุกคาม และแนวทางการคุ้มครองในพื้นที่ ตามด้วย นายภูษิต จันทร์เพชร ประมงจังหวัดพัทลุง และนายเจริญ โอมณี ประมงจังหวัดสงขลา ร่วมสะท้อนการบูรณาการความร่วมมือเพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อครัวเรือนประมง ขณะที่ ผู้แทนธนาคารโลก (World Bank) เชื่อมประเด็นการอนุรักษ์เข้ากับมิติเพศภาวะและเศรษฐกิจสีน้ำเงินอย่างยั่งยืน
แต่การออกแบบอนาคตของทะเลสาบจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มี “เสียงของคนที่อยู่กับทะเลสาบจริง” ภายในงานจึงมีเวที “เสียงจากชุมชน: ความคาดหวัง การยกระดับคุณภาพชีวิต และสถานการณ์ความเท่าเทียมทางเพศภาวะเพื่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน” เปิดพื้นที่ให้ตัวแทนชุมชนจากพัทลุงและสงขลา รวมถึงสมาคมรักษ์ทะเลไทย ถ่ายทอดมุมมองจากพื้นที่ โดยมี คุณสนธยา แก้วขำ ผู้สื่อข่าว Thai PBS เป็นผู้นำการเสวนา


อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของงาน คือการทำให้คำว่า “อาชีพทางเลือก” ไม่ได้อยู่เพียงในเอกสารวิจัย แต่ถูกนำมาให้ชุมชนได้เห็น เรียนรู้ และสัมผัสผ่านนิทรรศการและ Workshop ที่รวบรวมองค์ความรู้จากนักวิจัยหลายศาสตร์ของมหาวิทยาลัยทักษิณ ทั้ง การเลี้ยงปลาด้วยระบบหมุนเวียนน้ำ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภฎา คีรีรัฐนิคม, การเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี โดย อาจารย์ ดร.วิศาล อดทน, การสานกระเป๋าจากเส้นยางพารา โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริวรรณ ชูกำเนิด และ ข้าวนาริมเล โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นันทิยา พนมจันทร์
นอกจากนี้ ยังมี การผลิตปลาดุกร้า โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อมรรัตน์ ถนนแก้ว, การผลิตสินค้าจากเครื่องมือประมงเก่า โดย อาจารย์ ดร.วราภรณ์ ทะนงศักดิ์, การปลูกผักไร้ดินในสังคมปัจจุบัน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สรพงค์ เบญจศรี และ การเลี้ยงชันโรง โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันกุศล ชนะสิทธิ์ ซึ่งแต่ละองค์ความรู้สะท้อนแนวคิดเดียวกัน คือการค้นหาทางเลือกที่ช่วยให้ครัวเรือนสามารถสร้างรายได้และพึ่งพาทรัพยากรประมงเพียงด้านเดียวน้อยลง
พื้นที่เรียนรู้ยังถูกออกแบบให้เรื่องการอนุรักษ์เข้าถึงคนหลากหลายวัย ผ่านนิทรรศการ “โลมาอยู่ได้ ทะเลสาบอยู่รอด คนอยู่ดี” นิทรรศการ “ปลาบ้านมีชีวิต ฟื้นทรัพยากรสัตว์น้ำ ฟื้นชีวิตประมงพื้นบ้านทะเลสาบสงขลา” รวมถึง Songkhla Lagoon Gyotaku ที่นำศิลปะโบราณของญี่ปุ่นมาเชื่อมกับการเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติในทะเลสาบสงขลา และกิจกรรมสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์โลมาอิรวดี โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์เอกราช สุวรรณรัตน์
ที่น่าสนใจคือ ภายในงานไม่ได้มีเพียงนักวิจัย หน่วยงาน และชุมชน แต่ยังมี เด็กและเยาวชนจากโรงเรียนในพื้นที่ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ทั้งการตัดแปะวัสดุและขยะเป็นรูปโลมาอิรวดี การเรียนรู้เรื่องการแยกขยะ การพิมพ์ลาย การทำพวงกุญแจจากเครื่องมือประมงเก่า บอร์ดเกม และกิจกรรมระบายสีปลา ทำให้เรื่องของโลมาและทะเลสาบถูกถ่ายทอดจากประเด็นวิจัยและการอนุรักษ์ ไปสู่การสร้างจิตสำนึกให้กับคนรุ่นใหม่

และงานไม่ได้จบลงเพียงการ “รับฟัง” เพราะในช่วงบ่าย ชุมชนและคณะทำงานได้ร่วมกัน จัดทำแผนส่งเสริมและพัฒนาอาชีพทางเลือกของชุมชนตำบลทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เตือนตา ร่าหมาน เปลี่ยนองค์ความรู้และข้อเสนอจากเวทีให้เดินหน้าต่อไปสู่การวางแผนพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของพื้นที่
เมื่อมองทั้งงานจึงเห็นว่า “Irrawaddy Dolphin and Community” ไม่ได้พูดถึงโลมาเพียงอย่างเดียว แต่กำลังชวนทุกฝ่ายมองระบบนิเวศทะเลสาบสงขลาในภาพที่กว้างขึ้น เพราะในพื้นที่เดียวกันมีทั้งสัตว์น้ำหายาก ชาวประมง ครอบครัว ผู้หญิง เด็กและเยาวชน ทรัพยากรธรรมชาติ อาชีพ และเศรษฐกิจของชุมชนที่ต่างเชื่อมโยงและส่งผลถึงกัน
จากการเข้าใจสถานการณ์โลมา สู่การฟังเสียงชุมชน จากงานวิจัยสู่ทางเลือกในการประกอบอาชีพ และจากการสร้างรายได้สู่การลดแรงกดดันต่อทรัพยากร การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงเป็นความพยายามในการสร้างสมดุลให้ “โลมาอยู่ได้ ทะเลสาบอยู่รอด และคนอยู่ดี” ด้วยพลังของงานวิจัยที่ไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างองค์ความรู้ แต่เข้าไปทำงานร่วมกับผู้คนและภาคีในพื้นที่ เพื่อค้นหาทางออกที่ทั้งการอนุรักษ์และคุณภาพชีวิตของชุมชนสามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้อย่างยั่งยืน
รูปภาพเพิ่มเติม