จากทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่รอบชุมชน จากภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และจากกระบวนการวิจัยที่เข้าไปช่วยค้นหา “คุณค่า” และสร้าง “โอกาส” วันนี้เรื่องราวเหล่านั้นได้ถูกร้อยเรียงขึ้นเป็น “ผืนผ้าและกระเป๋า” หัตถศิลป์ร่วมสมัยจากจังหวัดพัทลุง ที่ไม่ได้งดงามเพียงรูปลักษณ์ หากแต่บรรจุเรื่องราวของผู้คน ธรรมชาติ ภูมิปัญญา และผลลัพธ์จากงานวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่ไว้ในทุกองค์ประกอบ
มหาวิทยาลัยทักษิณ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ผืนผ้าและกระเป๋า ผลิตภัณฑ์จากการดำเนินงานวิจัยในพื้นที่จังหวัดพัทลุง แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยทักษิณ ประจำปีการศึกษา 2568 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.ทิพย์ทิวา สัมพันธมิตร อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ หัวหน้าโครงการย่อย และนวัตกรชุมชนในโครงการ ร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเกิดจากการต่อยอดงานวิจัยภายใต้ “โครงการพัทลุงเกื้อกูล: การจัดการความยากจนเชิงพื้นที่และการเลื่อนระดับสถานะทางสังคมด้วยโครงข่ายความคุ้มครองทางสังคมแบบบูรณาการ” สนับสนุนโดย กองทุนส่งเสริม ววน. และหน่วย บพท. ที่นำการวิจัยและนวัตกรรมเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อเปลี่ยนทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่ให้กลายเป็นทักษะ อาชีพ ผลิตภัณฑ์ และโอกาสในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิต

“ผืนผ้าศรีนาคา” เมื่อสีของธรรมชาติ กลายเป็นสีแห่งคุณค่า
ผ้าอเนกประสงค์และผ้าพันคอจากกลุ่มศรีนาคา ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ ถ่ายทอดเรื่องราวของการนำทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนมาทำงานร่วมกับภูมิปัญญา วิทยาศาสตร์ และการทดลอง จนเกิดเป็นผ้าพิมพ์ลายย้อมสีธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ ผ้าอเนกประสงค์ผลิตจากผ้าฝ้าย ใช้ “แม่พิมพ์กาบหมาก” ซึ่งสร้างจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น พิมพ์เป็นลวดลายพืชพรรณที่พบเห็นในพื้นที่ ทั้งดอกกุหลาบเล็ก กล้วยไม้ และเถาไม้ ขณะที่สีบนผืนผ้าได้จาก ใบเพกา ผ่านการต้มสกัดสี ผสานการใช้สารส้ม สนิมเหล็ก การพิมพ์เทียน และกระบวนการย้อมในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน จึงเกิดเฉดตั้งแต่สีขาว สีน้ำตาล สีทอง ไปจนถึงสีน้ำตาลทองอยู่บนผืนเดียวกัน
ส่วน ผ้าพันคอไหม ถ่ายทอดเสน่ห์ของ “จำปาดะ” พืชที่พบมากในชุมชน โดยนำ ลูกจำปาดะอ่อน มาสกัดเป็นสีธรรมชาติ แล้วอาศัยการพิมพ์เทียนและการย้อมหลายขั้นตอนร่วมกับน้ำปูน น้ำสนิม และใบยูคาลิปตัส ทำให้วัตถุดิบธรรมดาที่อยู่รอบบ้านสร้างเฉดสีได้หลากหลาย ตั้งแต่สีชมพูอ่อน สีชมพูอมทอง สีทองแดง สีน้ำตาลทอง จนถึงสีน้ำตาลทองเข้ม ก่อนปรากฏเป็นลวดลายดอกบัว ดอกกุหลาบ กล้วยไม้ ผีเสื้อ และเถาไม้บนผืนไหม

“กระเป๋าเตยป่า” หนึ่งใบที่ร้อยเรื่องราวของพัทลุงไว้ด้วยกัน
อีกหนึ่งชิ้นงานสำคัญคือ กระเป๋าจักสานเตยป่า “ทิวบรรทัดหัตถศิลป์” ที่มีรากฐานจากภูมิปัญญาการจักสานของชุมชนบริเวณเทือกเขาบรรทัด จังหวัดพัทลุง ซึ่งในเอกสารระบุว่ามีการสืบทอดมายาวนานกว่า 300 ปี ก่อนถูกต่อยอดจากเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันสู่งานหัตถศิลป์ร่วมสมัยที่ยังคงอัตลักษณ์ของพื้นที่ ความพิเศษของกระเป๋าใบนี้อยู่ที่ “หนึ่งชิ้นงาน แต่เกิดจากหลายชุมชน” ตัวกระเป๋าสานจากเส้น ใบเตยป่าจากเทือกเขาบรรทัด ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา ออกแบบเป็นทรงก้นเหลี่ยม ปากทรงกลม หูหิ้วถักด้วย เชือกกกจากทะเลน้อย ขอบกระเป๋าใช้เชือกกกถัก ลายหางสิงห์ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม และใช้ไม้ไผ่เป็นโครงยึดขอบกระเป๋า เมื่อเปิดเข้าไปด้านใน เรื่องราวยังเชื่อมต่อไปถึง ผ้าพิมพ์ลายย้อมสีธรรมชาติจากกลุ่มศรีนาคา อำเภอศรีนครินทร์ ที่นำมาใช้เป็นผ้าบุและตัดเย็บแบบเชือกรูด ก่อนเติมรายละเอียดด้วย ลูกปัดดินเผา Earthan Arts จากอำเภอป่าบอน ดอกกุหลาบจากผ้าพิมพ์ลายย้อมสีธรรมชาติ และงานตกแต่งจากผ้าที่ใช้วัสดุเดียวกับผ้าบุด้านใน ทำให้กระเป๋าหนึ่งใบกลายเป็นพื้นที่ที่งานฝีมือจากหลายชุมชนของพัทลุงได้มาพบกัน

เบื้องหลังงานจักสานยังเชื่อมโยงถึง กลุ่มชาติพันธุ์มันนิในพื้นที่อำเภอกงหราและอำเภอป่าบอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิตงานจักสานเตยป่า เอกสารระบุว่ามีสมาชิกราว 35 คน และสามารถผลิตงานจักสานได้ประมาณ 100–200 ชิ้นต่อเดือน ก่อนนำมาต่อยอดด้านการออกแบบและประกอบเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จผ่านกลุ่มทิวบรรทัดหัตถศิลป์ คุณค่าของชิ้นงานเหล่านี้จึงไม่ได้อยู่เพียงที่ “ผ้า” หรือ “กระเป๋า” แต่อยู่ในกระบวนการที่ทำให้ทรัพยากรอย่าง กาบหมาก ใบเพกา ลูกจำปาดะอ่อน ใบเตยป่า กก และไม้ไผ่ ได้รับการมองเห็นในมิติใหม่ ผ่านการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การออกแบบ และนวัตกรรม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับคืนสู่ชุมชน

จาก “ทรัพยากรในชุมชน” สู่ “องค์ความรู้” จาก “องค์ความรู้” สู่ “ทักษะและอาชีพ” และจากฝีมือของผู้คนในพื้นที่สู่หัตถศิลป์ทรงคุณค่า ผืนผ้าและกระเป๋าที่ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์จากโครงการวิจัย หากยังสะท้อนผลลัพธ์ของการทำงานที่มหาวิทยาลัย นักวิจัย และชุมชนร่วมกันค้นหาคุณค่าจากฐานทรัพยากรของพัทลุง และเปลี่ยนคุณค่านั้นให้เป็นโอกาสในการยกระดับชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนและในวาระอันสำคัญนี้ เรื่องราวจากชุมชนเล็ก ๆ รอบเทือกเขาบรรทัดจึงได้รับการถ่ายทอดผ่าน ทุกเส้นใย ทุกลวดลาย ทุกเฉดสี และทุกฝีมือการจักสาน เป็นชิ้นงานที่รวบรวมอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และความภาคภูมิใจของชุมชนพัทลุงไว้ด้วยกัน
รูปภาพเพิ่มเติม