บางครั้ง “โจทย์วิจัย” ไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามในห้องปฏิบัติการ แต่อาจเริ่มจากปัญหา ความต้องการ และโอกาสที่เกิดขึ้นจริงในโรงงาน ภายใต้แนวคิด TSU Industry Linkage มหาวิทยาลัยทักษิณเดินหน้าเชื่อมความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยเข้ากับภาคอุตสาหกรรม ผ่านการลงพื้นที่ 4 โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดตรัง เพื่อเข้าไป “ฟัง–มอง–ค้นหา” โจทย์และความต้องการจากสถานประกอบการโดยตรง พร้อมเปิดพื้นที่พูดคุยถึงโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือที่สามารถต่อยอดจากโจทย์หน้างานไปสู่งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้จริง

การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โชคชัย เหมือนมาศ ผู้รักษาการแทนรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม Professor Dr. Hidenari Yasui พร้อมนำชมอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดตรัง โดยดร.ประพล วิระพรสวรรค์ และร่วมพูดคุยกับผู้ประกอบการและสำรวจกระบวนการดำเนินงานจริง เพื่อทำความเข้าใจทั้งศักยภาพ ความต้องการ และประเด็นที่สามารถพัฒนาเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรมในระยะต่อไป

เส้นทางแรกเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ผูกโยงกับทรัพยากรสำคัญของภาคใต้ คือ “ไม้ยางพารา” ผ่าน บริษัท พาราวีเนียร์ 2002 จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจแปรรูปไม้ยางพารา ตั้งแต่การเลื่อย อัดน้ำยา และอบแห้ง และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พาราวีเนียร์ ที่ต่อยอดการแปรรูปไม้ผ่านการเลื่อย การไสไม้ การผลิตไม้เป็นแผ่น และการอัดขึ้นรูป สะท้อนให้เห็นกระบวนการตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าให้กับไม้ยางพารา

จาก “ไม้แปรรูป” การลงพื้นที่ขยับต่อมายัง บริษัท แปลน ครีเอชั่นส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเล่น โดยมีผลิตภัณฑ์จากไม้ยางพาราเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้เห็นอีกมิติของการนำทรัพยากรจากพื้นที่มาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า และเปิดมุมมองต่อโอกาสในการนำองค์ความรู้ การออกแบบ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต

💧 อีกหนึ่งบริบทที่แตกต่างออกไป คือ บริษัท ขับเคลื่อน ลักษณะพริ้ม จำกัด โรงงานผลิตขวดน้ำดื่มและจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ซึ่งทำให้การลงพื้นที่ครั้งนี้ครอบคลุมโจทย์จากอุตสาหกรรมที่หลากหลายมากขึ้น และเป็นโอกาสในการมองหาประเด็นที่มหาวิทยาลัยสามารถนำความเชี่ยวชาญเข้าไปสนับสนุนหรือพัฒนาร่วมกับผู้ประกอบการได้ในอนาคต

สิ่งสำคัญของ TSU Industry Linkage จึงไม่ใช่เพียงการได้เห็นว่าแต่ละโรงงาน “ผลิตอะไร” แต่คือการทำความเข้าใจว่า ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญโจทย์อะไร ต้องการพัฒนาอะไร และมหาวิทยาลัยสามารถเข้าไปเติมเต็มตรงไหนได้บ้าง ตั้งแต่กระบวนการผลิต วัตถุดิบและวัสดุ คุณภาพและมาตรฐาน การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ การจัดการทรัพยากรและของเหลือจากกระบวนการผลิต ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน
เพราะเมื่อมหาวิทยาลัยรู้ “โจทย์จริง” ของผู้ประกอบการ ก็สามารถนำโจทย์เหล่านั้นกลับมาเชื่อมกับ “คนที่ใช่และความเชี่ยวชาญที่ตรง” ภายในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย ห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยี หรือองค์ความรู้เฉพาะด้าน เพื่อพัฒนาโจทย์วิจัยร่วม ทดสอบแนวทางแก้ปัญหา พัฒนาเทคโนโลยี ต่อยอดผลิตภัณฑ์ หรือสร้างนวัตกรรมใหม่ที่มีภาคอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่ของการใช้ประโยชน์จริง
และนี่คือหัวใจของ TSU Industry Linkage — การทำให้ระยะห่างระหว่าง “มหาวิทยาลัย” กับ “โรงงาน” ใกล้กันมากขึ้น จากการรู้จักกัน สู่การเข้าใจโจทย์ จากการเข้าใจโจทย์ สู่การจับคู่ความเชี่ยวชาญ และจากความเชี่ยวชาญ สู่การสร้างความร่วมมือที่สามารถพัฒนาเป็นงานวิจัยและนวัตกรรมซึ่งตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม
การลงพื้นที่ 4 โรงงานในจังหวัดตรังครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการเดินทางไปพบผู้ประกอบการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการ “เปิดโจทย์จากพื้นที่จริง” เพื่อให้มหาวิทยาลัยมองเห็นความต้องการของอุตสาหกรรมได้ชัดขึ้น และนำศักยภาพด้านการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยทักษิณเข้าไปเชื่อมต่อกับภาคการผลิต พร้อมต่อยอดไปสู่ความร่วมมือที่สร้างคุณค่าให้ทั้งมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจของพื้นที่ภาคใต้
รูปภาพเพิ่มเติม