TSU Enterprise ร่วมขับเคลื่อนการจัดตั้ง University Holding Consortium เชื่อมงานวิจัย การลงทุน สู่ธุรกิจนวัตกรรม
จาก “องค์ความรู้และงานวิจัยในมหาวิทยาลัย” สู่ “ธุรกิจนวัตกรรมที่เติบโตได้จริง” จำเป็นต้องมีกลไกที่เชื่อมเทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา เงินทุน และตลาดเข้าหากัน การรวมพลังของ University Holding Company จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเปิดเส้นทางให้งานวิจัยที่มีศักยภาพสามารถก้าวข้ามจากห้องปฏิบัติการ ไปสู่การสร้างธุรกิจ การลงทุน และมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
บริษัท ทีเอสยู เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (TSU Enterprise Co., Ltd.) นิติบุคคลเพื่อร่วมลงทุนของมหาวิทยาลัยทักษิณ (University Holding Company) 1 ใน 15 University Holding Companies ร่วมการเปิดตัว University Holding Consortium เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โชคชัย เหมือนมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer: CEO) บริษัท ทีเอสยู เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด เป็นผู้แทนเข้าร่วมพิธีเปิดตัวความร่วมมือ เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพ ทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และกลไกการลงทุนระหว่างมหาวิทยาลัย พร้อมเพิ่มโอกาสให้งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสามารถต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และธุรกิจนวัตกรรม
University Holding Consortium เป็นการรวมพลังของ 15 University Holding Companies จากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ โดยมี บริษัท ทีเอสยู เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (TSU Enterprise Co., Ltd.) นิติบุคคลเพื่อร่วมลงทุนของมหาวิทยาลัยทักษิณ เป็น 1 ใน 15 University Holding Companies ที่ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายดังกล่าว เพื่อเชื่อมศักยภาพของแต่ละมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน ทั้งด้านองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา ความเชี่ยวชาญ และเงินลงทุน สู่การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมในระดับประเทศ
กลไกของ Consortium จะช่วยลดข้อจำกัดจากการที่แต่ละมหาวิทยาลัยต้องพัฒนาและลงทุนในเทคโนโลยีของตนเองเพียงลำพัง โดยเปิดโอกาสให้ University Holding Companies สามารถ ค้นหา ประเมิน และร่วมลงทุน (Co-investment) ในงานวิจัยและเทคโนโลยีที่มีศักยภาพข้ามมหาวิทยาลัย รวมถึงใช้ทรัพยากร เครือข่าย และความเชี่ยวชาญร่วมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่ธุรกิจ เพิ่มขนาดการลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชนและนักลงทุน
สำหรับ TSU Enterprise การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนี้จึงช่วยเปิดพื้นที่ให้งานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยทักษิณสามารถเชื่อมต่อกับ University Holding Companies อีก 14 แห่ง และพันธมิตรในระบบนิเวศนวัตกรรม เกิดโอกาสในการต่อยอดเทคโนโลยี ร่วมพัฒนาธุรกิจ ร่วมลงทุน และเชื่อมต่อแหล่งทุนและตลาดที่กว้างขึ้น ซึ่งเป็นอีกกลไกสำคัญในการผลักดันผลงานจากมหาวิทยาลัยไปสู่ Licensing, Startup และ Spin-off ที่สามารถเติบโตเชิงพาณิชย์ได้
ภายในงาน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Thailand New Economy: From Knowledge to National Growth” สะท้อนทิศทางการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยออกไปสร้างธุรกิจอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและคัดกรอง ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ที่มีศักยภาพทั้งด้านเทคโนโลยีและตลาด เพื่อนำไปสู่การ อนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) หรือพัฒนาเป็น ธุรกิจต่อยอดจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย (Spin-off)
อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่เปิดตัวควบคู่กัน คือ กองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust: PE Trust) มูลค่าเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจเศรษฐกิจยุคใหม่และเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep-Tech) โดยเข้ามาช่วยเติมเต็มเส้นทางจากงานวิจัยและเทคโนโลยี ไปสู่การพัฒนาธุรกิจ การขยายกิจการ และการเชื่อมต่อกับตลาดทุน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนากลไกที่เชื่อม องค์ความรู้–งานวิจัย–นวัตกรรม–การลงทุน–การเติบโตของธุรกิจ เข้าด้วยกัน
Consortium ยังวางกลไกขับเคลื่อนผ่าน 3 แพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ USC Synergy เชื่อมงานวิจัยและเทคโนโลยีข้ามมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างการร่วมลงทุน, Venture Builder สนับสนุนการพัฒนาทีม เทคโนโลยี และรูปแบบธุรกิจให้พร้อมเข้าสู่ตลาด และ Catalyst สนับสนุนธุรกิจในระยะขยายตัว เชื่อมต่อเงินทุนและตลาดทุน รวมถึงเส้นทางการเติบโตในอนาคต
สำหรับ บริษัท ทีเอสยู เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (TSU Enterprise Co., Ltd.) ทำหน้าที่เป็นกลไกของมหาวิทยาลัยทักษิณในการเชื่อมโยง องค์ความรู้ ผลงานวิจัย เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรม ไปสู่การใช้ประโยชน์และต่อยอดเชิงธุรกิจ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โชคชัย เหมือนมาศ ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) การเข้าร่วม University Holding Consortium จึงเป็นการขยายพื้นที่การทำงานของ TSU Enterprise จากกลไกของมหาวิทยาลัย ไปสู่เครือข่ายการลงทุนและระบบนิเวศนวัตกรรมระดับประเทศ
นั่นหมายถึงโอกาสที่งานวิจัยและเทคโนโลยีที่มีศักยภาพของมหาวิทยาลัยทักษิณจะสามารถ เชื่อมต่อกับเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยอื่น ร่วมพัฒนาธุรกิจ ร่วมลงทุน และเข้าถึงเครือข่ายนักลงทุนได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกวางเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ (New Growth Engine) เช่น สุขภาวะ (Wellness) การแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีขั้นสูง ตลอดจนการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร อาหาร สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวให้สามารถพัฒนาเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่
กลไกดังกล่าวจึงช่วยเติมเต็มเส้นทางตั้งแต่ “Research → IP → Licensing/Spin-off → Co-investment → Business → Capital Market” ทำให้งานวิจัยไม่ได้สิ้นสุดเพียงการสร้างองค์ความรู้หรือทรัพย์สินทางปัญญา แต่มีช่องทางในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดและดึงดูดการลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ
การก้าวเข้าสู่ University Holding Consortium ของ TSU Enterprise จึงเป็นอีกหมุดหมายของมหาวิทยาลัยทักษิณในการขยับจาก “การสร้างงานวิจัยและนวัตกรรม” สู่ “การสร้างธุรกิจจากงานวิจัยและนวัตกรรม” ด้วยการเชื่อมศักยภาพของมหาวิทยาลัยเข้ากับเครือข่ายมหาวิทยาลัย เงินทุน ภาคธุรกิจ และตลาดทุน เพื่อเปิดโอกาสให้องค์ความรู้และเทคโนโลยีสามารถเติบโตเป็น Startup, Spin-off และธุรกิจนวัตกรรม ที่แข่งขันได้ พร้อมสร้างทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อสังคมในอนาคต
รูปภาพเพิ่มเติม