เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยทักษิณ ภายใต้โครงการวิจัย “พัทลุงโมเดล : การวิจัยและนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคม” ร่วมกับคณะนักวิจัยจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ เข้าพบและหารือร่วมกับนายอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ณ ที่ว่าการอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือแนวทางการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ในการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและการบริหารจัดการปัญหาสังคมในระดับพื้นที่
การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่อำเภอควนขนุน ตลอดจนแนวทางการเตรียมความพร้อม การเฝ้าระวัง และการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงความช่วยเหลือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ คณะนักวิจัยได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการภัยพิบัติบนฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจของหน่วยงานในระดับอำเภอให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ทีมข้อมูลภายใต้โครงการพัทลุงโมเดลยังได้นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในพื้นที่อำเภอควนขนุน พร้อมทั้งร่วมวิเคราะห์สถานการณ์และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะครัวเรือนเปราะบางและครัวเรือนที่มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสนับสนุนการวางแผนการช่วยเหลือให้เป็นไปอย่างตรงกลุ่ม ตรงประเด็น และสามารถลดปัญหาการตกหล่นของผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ
ในการนี้ คณะนักวิจัยยังได้นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลกลางของจังหวัดพัทลุง และระบบสนับสนุนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ (Decision Support System: DSS) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสวัสดิการของประชาชน เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายและมาตรการช่วยเหลือในระดับพื้นที่ได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
การพบปะหารือในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยทักษิณและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ในการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านข้อมูลมาบูรณาการร่วมกับการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และยกระดับประสิทธิภาพการดูแลกลุ่มเปราะบางให้สามารถเข้าถึงโอกาสและสวัสดิการภาครัฐได้อย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของ “พัทลุงโมเดล” ที่มุ่งใช้ข้อมูลและงานวิจัยเป็นฐานในการแก้ไขปัญหาความยากจน สร้างโอกาสทางสังคม และขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่จังหวัดพัทลุงสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม